ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

[สุภาษิตเกาหลี] 가는 날이 장날 เรื่องบังเอิญที่ไม่พึงประสงค์

ความหมายของสุภาษิตเกาหลี 가는 날이 장날

        가는 날이 장날 แปลว่า "วันที่ไปคือตรงวันที่มีตลาดนัด" (วันที่เราไปทำธุระ บังเอิญมีตลาดนัดแถวนั้นพอดี) หมายความว่า ไปทำธุระ แต่เผอิญเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดหวังเกิดขึ้น ซึ่งคนเกาหลีนิยมใช้สุภาษิตนี้ เมื่อตัวเองตั้งใจไปทำธุระอย่างหนึ่ง แต่ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ผิดหวังหรือไม่สมหวังอย่างที่ตัวเองต้องการ 


    คำศัพท์เกาหลีในสุภาษิตนี้

    • 가는 ที่ไป (ผันมาจากคำกริยา가다 ไป) 

    • 날 วัน

    • 이 คำช่วยชี้ประธาน

    • 장날(場날) วันที่มีตลาดนัด


ที่มาของสุภาษิต

        วันหนึ่งในสมัยก่อนที่โทรคมนาคมยังไม่ได้พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ นาย ก ไปหาเพื่อนเก่าที่บ้านเพื่อน แต่เพื่อนไม่อยู่ มีแต่เด็ก ๆ บอกว่าพ่อออกไปตลาดนัดแล้ว นาย ก ต้องผิดหวัง เพราะตั้งใจมาหาเพื่อน แต่กลับไม่ได้เจอเพื่อน 


가는 날이 장날가는 날이 장날

(วันที่ไปคือตรงวันที่มีตลาดนัด)

เรื่องบังเอิญที่ไม่พึงประสงค์


        ตลาดนัด คือสถานที่ค้าขายที่เกิดขึ้นก่อนจะมีตลาดถาวรในยุคสมัยใหม่ ในช่วงต้นสมัยราชวงศ์โชซอน การจัดตลาดในแต่ละพื้นที่มีช่วงเวลาไม่แน่นอน เช่น ทุก 15 วัน, 10 วัน, 5 วัน หรือ 3 วัน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายราชวงศ์โชซอน ตลาดนัดที่จัดขึ้นทุก 5 วัน (오일장) ก็กลายเป็นรูปแบบที่แพร่หลายและเป็นปกติทั่วไป 

이서지의 풍속화 '장날'
<그림=이서지의 풍속화 '장날'>
그림 출처 : 헤드라인뉴스(HeadlineNews)(http://www.iheadlinenews.co.kr) 


การใช้สุภาษิต “가는 날이 장날” และตัวอย่างประโยค 

        ในชีวิตประจำวัน สุภาษิต ”가는 날이 장날” ใช้เมื่อเจอเหตุการณ์ หรือเกิดเรื่องบังเอิญขึ้นในวันที่เราไปทำธุระอะไรบางอย่าง เช่น ไปตัดผมที่ร้าน พอไปถึง เห็นร้านไม่เปิด เพราะเป็นวันหยุดของเขา นัดเจอเพื่อนไปเที่ยวภูเขา พอถึงภูเขา ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนก็เริ่มตกลงมา เป็นต้น 


• 오늘 친구들이랑 등산을 갔는데, 가는 날이 장날이라고, 비가 엄청 많이 왔어.

วันนี้ไปปีนเขากับเพื่อน ๆ ต้องผิดหวังมาก เพราะฝนตกหนัก 


• 할인쿠폰이 생겨서 마트에 갔는데, 가는 날이 장날이라고, 마트가 쉬는 날이었어.

ฉันได้คูปองส่วนลด เลยไปช้อปปิ้ง ต้องผิดหวังมาก เพราะเป็นวันหยุดของร้าน 


• 은행에 돈 찾으러 갔는데, 가는 날이 장날이라고, 시스템 점검 중이었어.

ไปเบิกเงินที่ธนาคาร ต้องผิดหวังมาก เพราะระบบล่มกำลังตรวจสอบอยู่ 


ข้อคิดส่งท้าย

        สุภาษิต “가는 날이 장날” สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่า ชีวิตมักมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่เสมอ บางครั้งสิ่งที่เราวางแผนไว้อาจไม่เป็นไปตามนั้น การเรียนรู้สุภาษิตนี้จะช่วยให้เราระมัดระวัง ไม่ควรทำอะไรโดยไม่เตรียมตัว หรืออย่างน้อยควรเช็คสถานการณ์ก่อนจะลงมือทำ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

[บทเรียนภาษาเกาหลี] Unit 1. หัดอ่านเขียนฮันกึล: เริ่มต้นที่พยัญชนะเกาหลีสำหรับมือใหม่

ฮันกึล อักษรเกาหลีมีชื่อเรียกว่า ฮันกึล (한글) เป็นระบบการเขียนของภาษาเกาหลี ฮันกึล ได้รับการประดิษฐ์ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1443 (พ.ศ. 1986) โดยพระเจ้าเซจงมหาราช (세종대왕) กษัตริย์รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์โชซอน (조선)  ในอดีตชาวเกาหลียังไม่มีอักษรเป็นของตนเอง จำเป็นต้องยืมอักษรภาษาจีนมาใช้เป็นเวลานาน สามัญชนทั่วไปไม่มีโอกาสได้เรียนรู้อักษรภาษาจีน ทำให้อ่านและเขียนหนังสือได้ยากลำบาก แต่หลังจาก ฮันกึล ถูกนำมาใช้ ปัญหาการไม่รู้หนังสือของสามัญชนเริ่มลดลง เนื่องจาก ฮันกึล ไม่มีความสลับซับซ้อนในการอ่านและเขียน อีกทั้งประกอบไปด้วยพยัญชนะและสระจำนวนไม่มาก จึงสามารถเรียนรู้ได้โดยง่าย ฮัลกึล ได้รับการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงบ้างตามความเหมาะสม ปัจจุบัน ฮันกึล ประกอบด้วยพยัญชนะพื้นฐาน 14 ตัว พยัญชนะซ้อน 5 ตัว สระพื้นฐาน 10 ตัว และสระผสม 11 ตัว สามารถนำมาผสมผสานเป็นคำได้มากมาย จนได้รับการยอมรับจากบรรดานักภาษาศาสตร์ว่า เป็นอักษรที่มีการเขียนเป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุดของโลก  พระเจ้าเซจงมหาราช  พยัญชนะพื้นฐาน  พยัญชนะพื้นฐาน (기본자음) มี 14 ตัว ดังต่อไปนี้  ☞ เสียงพยัญชนะ ‘ㄱ’, ‘ㄷ’, ‘ㅂ’, ‘ㅅ’, ‘ㅈ’ ไ...

[บทเรียนภาษาเกาหลี] Unit 2. เรียนรู้สระเกาหลีพื้นฐานและสระผสม: เข้าใจง่าย และคำศัพท์น่ารู้

สระพื้นฐาน สระพื้นฐาน (기본모음) มี 10 ตัว ดังต่อไปนี้   ☞ ในภาษาเกาหลีไม่มีการออกเสียงสระเป็นเสียงสั้นหรือเสียงยาวเหมือนภาษาไทย แต่ขึ้นอยู่กับจังหวะในการพูดของแต่ละบุคคล  สัญลักษณ์ของรูปแบบตัวสระพื้นฐาน คนเกาหลีโบราณเชื่อว่า โลกนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญที่สุด 3 ส่วน ได้แก่ ฟ้า ดิน และมนุษย์ จึงเป็นที่มาของการสร้างรูปแบบสระพื้นฐาน ขีดสั้นเป็นสัญลักษณ์แทนฟ้า ขีดนอนเป็นสัญลักษณ์แทนดิน และขีดตั้งเป็นสัญลักษณ์แทนมนุษย์ สระพื้นฐานทุกตัวมาจากการผสมระหว่างขีด 3 ส่วนนี้ คือใช้ ‘l’ (ขีดตั้ง) และ ‘ㅡ’ (ขีดนอน) เป็นขีดหลัก และใช้ ‘-’ (ขีดสั้น) เป็นขีดเพิ่มเติมจากขีดหลัก วิธีเขียนตัวสระพื้นฐาน https://youtu.be/8IUBWVB4YWM?si=lyGLsi6K3aSIvi_G กลุ่มสระแนวตั้ง กลุ่มสระแนวนอน กลุ่มสระแนวตั้ง มีทั้งหมด 5 ตัว คือสระ ‘ㅏ’ [อา], ‘ㅑ’ [ยา], ‘ㅓ’ [ออ], ‘ㅕ’ [ยอ], ‘ㅣ’ [อี] ต้องเขียน สระเหล่านี้ที่ด้านขวาของพยัญชนะ กลุ่มสระแนวนอน มีทั้งหมด 5 ตัว คือสระ ‘ㅗ’ [โอ], ‘ㅛ’ [โย], ‘ㅜ’ [อู], ‘ㅠ’ [ยู], ‘ㅡ’ [อือ] ต้องเขียนสระเหล่านี้ที่ด้านล่างของพยัญชนะ คำเกาหลีบางคำยังใช้สระ ‘ㅑ’ [ยา], ‘ㅕ’ [ยอ], ‘ㅛ’ [โย], ‘ㅠ’ [ยู] ป...

[บทเรียนภาษาเกาหลี] Unit 3. เรียนรู้ตัวสะกดเกาหลี เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง!

ตัวสะกด ภาษาเกาหลีมีการใช้ตัวสะกด (받침) เช่นเดียวกับภาษาไทย การเขียนตัวสะกดนั้น จะต้องวางตัวสะกดให้อยู่ด้านล่างของคำเสมอ ตัวสะกดของภาษาเกาหลีมี 3 ชนิด คือตัวสะกดเดี่ยว ตัวสะกดซ้อน และตัวสะกดคู่ ตัวสะกดเดี่ยวจะเป็นพยัญชนะพื้นฐาน 1 ตัว ตัวสะกดซ้อนจะเป็นพยัญชนะซ้อน 1 ตัว และตัวสะกดคู่จะเป็นพยัญชนะพื้นฐาน 2 ตัวที่เรียงต่อกัน ตัวสะกดเดี่ยว พยัญชนะพื้นฐานทั้งหมด 14 ตัว สามารถนำมาใช้เป็นตัวสะกดเดี่ยว (홑받침) ได้ คำศัพท์และการอ่านออกเสียง  ▶ ตัวสะกด ‘ㄴ’ ออกเสียง [น]  간호사 พยาบาล, 계란 ไข่ไก่  눈 ดวงตา, หิมะ  도서관 ห้องสมุด, 돈 เงิน  라면 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  문화 วัฒนธรรม  반찬 กับข้าว, 변호사 ทนายความ  사진 รูปถ่าย, 산 ภูเขา, 손 มือ, 시간 เวลา, 신문 หนังสือพิมพ์  언니 พี่สาว, 에어컨 Air-con, 운전 ขับรถ, 은혜 บุญคุณ  자연 ธรรมชาติ, 자전거 จักรยาน  친구 เพื่อน  편지 จดหมาย  회사원 พนักงานบริษัท  ▶ ตัวสะกด ‘ㅁ’ ออกเสียง [ม]  감자 มันฝรั่ง, 그림 ภาพวาด, 껌 หมากฝรั่ง, 꿈 ความฝัน  남자 ผู้ชาย  담배 บุหรี่  마음 ใจ, 몸 ร่างกาย  바람 ลม, 뱀 งู, 봄 ฤดูใบไม้ผลิ  사람 ค...